Main Content

บริการด้านอาหาร การดูแลด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

บริการด้านอาหาร การดูแลด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง คงไม่มีใครอยากเป็นมะเร็งอย่างแน่นอน แต่เมื่อเป็นแล้วเราก็ต้องสู้และอยู่กับมันให้ได้นอกจากการรักษาที่สำคัญแล้ว สำหรับตัวผู้ป่วยโรคมะเร็งเอง หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วย อาจจะมีความกังวลอย่างมากในเรื่องของอาหารว่าควรจะเลือกอย่างไรดี ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถต่อสู้กับโรคร้ายได้ วันนี้หมอหมีมีมาฝากกันครับ

ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันออกไป สำหรับคนทั่วไปอาหารที่คิดว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ พวกผักและผลไม้ ธัญพืช และจำกัดอาหารประเภทไขมัน น้ำตาล และเกลือ

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งสิ่งที่สำคัญคือ ต้องทานอาหารให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับผลข้างเคียงต่างๆ จากการรักษาได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งต้องการโปรตีนสูงกว่าปกติ และต้องการแคลอรีมากขึ้นกว่าปกติ ดังนั้น ร่างกายอาจจะต้องการสารอาหารจากนม เนย และไข่เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้ามีปัญหาในการเคี้ยวหรือการกลืนอาจจะต้องหาแหล่งอาหารอื่นๆ ที่สามารถรับได้

การรักษามะเร็งสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้มีปัญหาในการรับประทาน

เนื่องจากในการรักษามีการฆ่าเซลล์มะเร็ง แต่การรักษาก็จะทำให้มีการทำลายเซลล์ที่ดีของร่างกายเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ ตามมาได้

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยๆ จากการรักษา ได้แก่

– ไม่อยากอาหาร

– ไม่รู้รส หรือไม่รู้กลิ่น

– ท้องผูก

– ท้องเสีย

– คลื่นไส้ อาเจียน

– ปากแห้ง

– Lactose intolerance

– แผลในปากและลำคอ

– กลืนลำบาก

– น้ำหนักตัวเปลี่ยน

การเตรียมตัวก่อนที่จะเริ่มการรักษา

ก่อนการรักษาหากไม่ทราบว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง อาจจะไม่สามารถเตรียมตัวเตรียมใจ ผลข้างเคียงหลายอย่างสามารถควบคุมได้ และส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายหลังจบการรักษา ดังนั้น จึงต้องศึกษาและเตรียมตัวก่อนการรักษา

– รับประทานแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่ก่อนการรักษา จะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดช่วงการรักษา และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

– การไปพบหมอฟันเพื่อดูแลสุขภาพช่องปากก่อนการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง

– ปรึกษาแพทย์เพื่อทราบผลข้างเคียง และการป้องกันต่างๆ
แนวทางในการรับประทานอาหารในช่วงที่ทำการรักษา

– รับประทานโปรตีนและแคลอรีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและช่วยสร้างเนื้อเยื่อที่ดีที่ถูกทำลายจากผลข้างเคียงของการรักษา

– ถ้าสามารถทานมื้อใหญ่ได้ตั้งแต่มื้อเช้า และมื้อต่อๆ ไปถ้าทานไม่ค่อยได้ อาจจะดื่มอาหารที่ค่อนข้างเหลวแทนได้

– รับประทานอาหารเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้จะมีแค่อย่างหรือสองอย่างก็ตาม จนกว่าจะกลับมาทานได้ปกติ อาหารเหลวสำหรับผู้ป่วยเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

– ถ้ารับประทานไม่ได้ติดต่อกันเกินสองวัน ควรปรึกษาแพทย์

– ดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร

การป้องกันการติดเชื้อจากอาหาร

การรักษามะเร็งอาจจะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร ดังนั้นในการเตรียมอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ควรจะต้องระมัดระวังเรื่องการติดเชื้ออย่างดี

– ทานอาหารที่่ปรุงสุก และไม่รับประทานอาหารที่ค้างคืน

– ปอกเปลือกผลไม้ และล้างให้สะอาดทุกครั้ง

– ล้างมือและเครื่องครัว ทั้งก่อนและหลังเตรียมอาหาร

– เลี่ยงการทานปลาดิบหรืออาหารทะเลที่ปรุงไม่สุก

– น้ำผลไม้ นมหรือน้ำผึ้งอาจจะเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ง่าย

– ระวังอาหารที่เป็น บุฟเฟต์ สลัดบาร์ หรือร้านอาหารที่เป็น self-service

การใช้อาหาร วิตามิน และอาหารเสริมเพื่อเสริมการรักษา

หลายคนอยากจะรู้ว่า การรับประทานอาหาร วิตามินหรืออาหารเสริมประเภทใดที่จะสามารถช่วยรักษามะเร็งได้ คำตอบคือ จาการศึกษายังไม่พบว่ามีอาหารพิเศษใด วิตามิน หรือแร่ธาตุ สมุนไพรใด ที่จะช่วยรักษามะเร็งได้อย่างแม่นยำชัดเจน นอกจากนี้บางครั้งมีผลต่อ ประสิทธิภาพการรักษาที่แพทย์ใช้อยู่ ดังนั้น ก่อนที่จะใช้สูตรอาหาร วิตามิน หรืออาหารเสริมต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สำหรับผู้ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

สำหรับผู้ที่ปรุงอาหารให้ผู้ป่วย สิ่งที่อาจจะต้องเจอก็คือ ความรู้รสของผู้ป่วยจะเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน อาหารที่เมื่อวานทานได้ วันต่อมาอาจจะทานไม่ได้ก็ได้ นำอาหารหรือของว่างต่างๆ ไว้ใกล้มือผู้ป่วยเพื่อที่จะสามารถหยิบทานได้ทันที ดูแลด้วยความอ่อนโยนและเห็นใจ สอบถามถึงอาการและอาหารที่พอจะทานได้บ่อยๆ เพราะผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

ป่วยแล้วใช่ว่าจะต้องทุกข์เสมอไปนะครับ ถ้าเราดูแลร่างกายให้ดี ดูแลจิตใจให้เป็นสุข เราก็สามารถชนะกับเจ้ามะเร็งตัวร้ายได้ครับ ใครมีข้อสงสัยเข้ามาพูดคุย ทักทายกับหมอหมีได้เสมอนะครับ จะเฟส หรือทวิตได้หมดครับ